กรรมพันธุ์ ปัจจัยเสี่ยง โรคหัวใจ

กรรมพันธุ์ ปัจจัยเสี่ยง “โรคหัวใจ”

กรรมพันธุ์ ปัจจัยเสี่ยง “โรคหัวใจ” เรื่องต้องรู้ของคนในครอบครัว โรคหัวใจและหลอดเลือดเกิดจากหลายปัจจัย แต่ปัจจัยหนึ่งไม่ควรมองข้าม ก็คือ การถ่ายทอดทางพันธุกรรม บางคนเป็นมาตั้งแต่กำเนิด แต่บางคนกลับแสดงอาการเมื่ออายุมากขึ้น การรับรู้ประวัติของคนในครอบครัวจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ  โรคหัวใจทางพันธุกรรม คืออะไร โรคหัวใจทางพันธุกรรม คือกลุ่มของโรคหัวใจที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรม ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างหรือการทำงานของหัวใจไม่เป็นปกติ โรคเหล่านี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อแม่สู่ลูก โดยเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนที่ควบคุมการทำงานของหัวใจหรือหลอดเลือด โรคหัวใจทางพันธุกรรมอาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ ระบบไฟฟ้าของหัวใจ หรือระดับไขมันในเลือด ประเภทของโรคหัวใจทางพันธุกรรม แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่  1. กลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiomyopathies) โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนา (Hypertrophic Cardiomyopathy – HCM)กล้ามเนื้อหัวใจที่หนากว่าปกติ ทำให้ห้องหัวใจมีขนาดเล็กลง และการสูบฉีดเลือดออกจากหัวใจทำได้ยากขึ้น เกิดจากการกลายพันธุ์ในยีนที่ควบคุมโปรตีนของกล้ามเนื้อหัวใจ อาจเกิดอาการเจ็บหน้าอก หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเป็นลมหมดสติ โรคกล้ามเนื้อหัวใจยืดขยาย (Dilated Cardiomyopathy – DCM)ผนังของกล้ามเนื้อหัวใจบางลงและห้องหัวใจขยายใหญ่ขึ้น ส่งผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เต็มที่ ส่วนใหญ่มักเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่สามารถเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น การติดเชื้อไวรัสหรือการใช้แอลกอฮอล์มากเกินไป โรคกล้ามเนื้อหัวใจแข็งตัว (Restrictive…

เจ็บหน้าอกแบบไหน? ที่ใช่สัญญาณเตือนโรคหัวใจ

เจ็บหน้าอกแบบไหน ? ที่ใช่สัญญาณเตือนโรคหัวใจ

เจ็บหน้าอกแบบไหน ? ที่ใช่สัญญาณเตือนโรคหัวใจ อาการเจ็บหน้าอกอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน โดยลักษณะอาการเจ็บหน้าอกที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจมักจะมีลักษณะดังนี้ 1. รู้สึกแน่นหรือกดทับที่หน้าอก ไม่ใช่ความเจ็บปวดแบบแหลมคมหรือแสบร้อน แต่มีอาการเจ็บเหมือนมีของหนักกดทับหรือบีบรัดบริเวณกลางหน้าอก มีอาการเจ็บร้าวไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ เช่น แขนซ้าย ไหล่ คอ ขากรรไกร 2. อาการเจ็บเกิดขึ้นในขณะออกแรง อาการเจ็บหน้าอกอาจเกิดขึ้นเมื่อทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรง เช่น การออกกำลังกาย เดินขึ้นบันได ยกของหนัก หรือแม้แต่การทำงานหนักก็ด้วย หรืออาจสังเกตได้จากการที่เรารู้สึกเหนื่อยมากกว่าปกติขณะทำกิจกรรมเหล่านี้ เนื่องจากหัวใจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอต่อการทำงานนั่นเอง 3. เจ็บหน้าอกเป็นเวลานาน มีอาการเจ็บหน้าอกนานกว่าปกติ หรือรู้สึกแน่นหน้าอกนานต่อเนื่อง ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ในผู้ป่วยบางรายอาการเจ็บอาจไม่บรรเทาลงหลักจากพัก หรือรับประทานยาไปแล้ว ในลักษณะนี้อาจเป็นเป็นสัญญาณของ โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้ 4. มีอาการร่วมอื่น ๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืดหมดสติ เหงื่อออกมาก หรือหายใจลำบากร่วมด้วย ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หากเกิดอาการเหล่านี้พร้อมกับเจ็บหน้าอก ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน 5. เจ็บหน้าอกในขณะที่พักผ่อนหรือนอนหลับ หากมีอาการเจ็บหน้าอกเกิดขึ้นในช่วงที่พักผ่อนหรือนอนหลับ โดยไม่มีการออกแรง อาจเป็นสัญญาเตือนถึงโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน…

ธนบุรี เสริมรัฐ_หัวใจกับความเครียด

หัวใจกับความเครียด

หัวใจกับความเครียด การจัดการความเครียดเพื่อสุขภาพหัวใจที่ดีขึ้น ความเครียด เป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยง ในชีวิตประจำวันของเรา เช่น ปัญหาการเงิน การทำงาน ความสัมพันธ์ นอกจากนี้ความเครียดยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ อีกมากมาย รวมไปถึงหัวใจของเราด้วย เพราะในเวลาที่เราเครียด เรามักมีพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจของเราได้ ในบางครั้งเมื่อร่างกายของเรามีความเครียดสะสมหรือมีสภาวะทางอารมณ์อย่างรุนแรง จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการทำงานของหัวใจที่ผิดปกติ กล้ามเนื้อหัวใจไม่บีบตัวและอ่อนแรงลง ในบางกรณีอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ เช็กกันสักนิดอาการแบบนี้ กำลังเครียดอยู่หรือเปล่า ? ปวดศีรษะและส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย กล้ามเนื้อของเราจะหดเกร็งตัวในขณะที่เราเครียดจึงทำให้เราปวดเมื่อยได้นั่นเอง หิวมากขึ้นอยากกินของหวาน เพราะสมองรู้ว่าอาหารเหล่านี้ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ หายใจเร็วขึ้น เพราะร่างกายต้องการออกซิเจนมากขึ้น ใจสั่น ใจเต้นเร็ว เมื่อเราเครียดร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนทำให้หลอดเลือดบีบตัวและความดันโลหิตสูงขึ้นได้ ในบางครั้งอาจทำให้ระบบการย่อยอาหารปั่นป่วน จึงทำให้เกิดอาการจุกเสียด ปวดท้อง วิธีจัดการความเครียด การออกกำลังกายสามารถลดความเครียดได้ อีกทั้งยังทำให้สุขภาพหัวใจแข็งแรงขึ้นอีกด้วย การทำสมาธิหรือการหายใจเข้าลึก ๆ สามารถทำให้จิตใจสงบ ลดความวิตกกังวลได้ ทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง หรือฟังเพลงที่ชอบจะทำให้เรารู้สึกดีและผ่อนคลายได้ การได้พูดคุยกับคนใกล้ชิด แบ่งปันเรื่องราวและความรู้สึกก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผ่อนคลายได้…

ธนบุรี เสริมรัฐ_ความดันโลหิต ยิ่งสูง ยิ่งเสี่ยง

ความดัน ยิ่งสูง ยิ่งเสี่ยง

ความดัน ยิ่งสูง ยิ่งเสี่ยง แล้วแค่ไหนถึงเรียกว่าสูง ? ความดันโลหิต (Blood Pressure) เป็นแรงดันเลือดที่เกิดจากหัวใจสของเราสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เวลาที่เราตรวจวัดความดันโลหิตนั้น เรามักจะเห็นตัวเลข 2 ตัวเลข นั้นเพราะว่าการตรวจวัดความดันโลหิตนั้น เราวัดจาก 2 ค่าคือ ความดันขณะหัวใจบีบตัวเต็มที่ และความดันขณะหัวใจคลายเต็มที่นั่นเอง แล้วค่าความดันโลหิตแบบไหนถึงเรียกว่า ความดันโลหิตสูง ? 1.ความดันโลหิตปกติ ต่ำกว่า 120/80 mmHg 2.ความดันโลหิตต่ำ ต่ำกว่า 90/60 mmHg 3.ความดันค่อนข้างสูง 130-139/80-89 mmHg 4.ความดันสูง 140-159/90-99 mmHg หากเรามีความดันสูงมากกว่านี้ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ภาวะความดันโลหิตสูงอาจไม่แสดงอาการที่ชัดเจน แต่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ เช่น – โรคหัวใจและหลอดเลือด – โรคเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง – ไตวาย – ในบางครั้งอาจส่งผลต่อการมองเห็นของเราได้อีกด้วย หลีกเลี่ยงความดันโลหิตสูง ทำอย่างไร ?…

ธนบุรี เสริมรัฐ_กินเจปีนี้ทำอย่างไร

กินเจปีนี้ ทำอย่างไร ? ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งสุขภาพ

กินเจปีนี้ ทำอย่างไร ? ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งสุขภาพ เจปีนี้ กินอย่างไรได้ทั้งบุญ ได้ทั้งสุขภาพ การกินเจเป็นเทศกาลสำคัญในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคม เรามักจะงดรับประทานเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์บางชนิด เช่น ไข่ นม เนย และหันมารับประทานอาหารจากพืชเป็นหลักแทน รู้ไหมว่าการกินเจก็สามารถทำให้ร่างกายแข็งแรงและสุขภาพดีได้ แต่ต้องเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม และนี่คือคำแนะนำสำหรับการกิจเจปีนี้ให้ดีต่อสุขภาพ 1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ 2. เลือกรับประทานโปรตีนดี เช่น เต้าหู้ เห็ด ถั่ว ควินัว 3. หลีกเลี่ยงอาหารประเภททอด 4. ลดอาหารแปรรูป เพราะอาหารเจสำเร็จรูปมักมีสารปรุงแต่งและโซเดียมสูง การรับประทานอาหารสดที่ปรุงสุกเองจะดีต่อสุขภาพมากกว่า 5. เลือกรับประทานผักและผลไม้สดแทนของหมักดอง 6. ไม่ปรุงรสหวาน เค็ม มัน มากเกินไป 7. เลือกรับประทานแป้งหรือข้าวที่ไม่ขัดขาว เช่น ข้าวกล้องหรือขนมปังโฮลวีท 8. รับประทานอาหารเลียนแบบเนื้อสัตว์ให้น้อย และอย่าลืมดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะ ทริปเสริม สำหรับผู้ป่วย ผู้กำลังที่พักฟื้นร่างกาย เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ไม่ควรกินเจ

ธนบุรี เสริมรัฐ_มะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจ

มะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจ โรคร้ายที่พบเจอยาก แต่ไม่ควรมองข้าม

มะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจ โรคร้ายที่พบเจอยาก แต่ไม่ควรมองข้าม “มะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจ” เป็นโรคที่พบเจอได้น้อยมาก เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจไม่ใช่เนื้อเยื่อที่มีโอกาสเกิดเซลล์มะเร็งบ่อยเท่าเนื้อเยื่ออื่น ๆ ของร่างกาย โดยทั่วไปแล้ว สาเหตุของมะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่อาจมีปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดมะเร็งได้แก่ ความผิดปกติทางพันธุกรรม : การกลายพันธุ์ของยีนที่ควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ผิดปกติ ทำให้เกิดการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ การอักเสบเรื้อรัง : การอักเสบที่เกิดขึ้นในหัวใจอาจส่งผลให้เซลล์กล้ามเนื้อเกิดความเสียหายและพัฒนากลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง : ผู้ที่มีปัญหาระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ป่วยโรคเอดส์ หรือผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ อาจเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกหรือมะเร็งในหัวใจมากขึ้น การแพร่กระจายของมะเร็งจากอวัยวะอื่น ๆ เช่น ปอด สำไส้ เต้านม การสูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์ โดยอาการของผู้ที่เป็นมะเร็งกล้ามเนื้อหัวใจนั้นจะคล้ายกับผู้ที่มีโรคหัวใจทั่วไป –  รู้สึกเหนื่อยหอบมากกว่าปกติ ในขณะทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ เช่น เดินขึ้นบันได–  เจ็บแน่นหน้าอก –  มีอาการบวมที่บริเวณขา อย่างไรก็ตามหากมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ โดยเร็ว รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ งดสูบบุหรี่ หมั่นออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้สุขภาพและหัวใจของเราแข็งแรงได้

โรคหัวใจใครเสี่ยงบ้าง

โรคหัวใจใครเสี่ยงบ้าง

โรคหัวใจใครเสี่ยงบ้าง โรคร้ายที่พบเจอยาก แต่ไม่ควรมองข้าม โรคหัวใจเป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดที่ผิดปกติ และมีหลายปัจจัยที่ทำให้บุคคลมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ  11 ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ 1. อายุ อายุที่มากขึ้นจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ 2. เพศ ผู้ชายมีแนวโน้มเป็นโรคหัวใจมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะในช่วงก่อนวัยหมดประจำเดือน 3. ประวัติครอบครัว หากมีสมาชิกในครอบครัวที่มีประวัติโรคหัวใจ จะเพิ่มความเสี่ยงให้กับบุคคลนั้น ๆ 4. ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญในการเกิดโรคหัวใจ 5. คอเลสเตอรอลสูง ระดับไขมันในเลือดที่สูงเกินไป อาจทำให้เกิดการสะสมของคราบไขมันในหลอดเลือด 6. การสูบบุหรี่ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ 7. โรคเบาหวาน เบาหวานทำให้หลอดเลือดเสียหายและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ 8. ขาดการออกกำลังกาย การไม่ออกกำลังกายหรือขาดการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ 9. ความเครียด ที่ยาวนานหรือรุนแรงสามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ 10. น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากหรือเป็นโรคอ้วนมีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคหัวใจ 11. การบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง โซเดียมสูง หรือมีน้ำตาลสูง สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ การลดปัจจัยเสี่ยง เช่น การเลิกสูบบุหรี่ การควบคุมความดันโลหิต การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ สามารถช่วยลดโอกาสเกิดโรคหัวใจได้

EKG สัญจร ศูนย์การค้าสุพรีม ธนบุรี เสริมรัฐ

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG สัญจร ณ ศูนย์การค้าสุพรีม

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG สัญจร ณ ศูนย์การค้าสุพรีม “EKG สัญจร” ตรวจคัดกรองโรคหัวใจด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจไม่เสียค่าใช้จ่าย ให้แก่ พนักงาน และบุคลากร บริษัท เอส.แอนด์ ซันส์ เทรดดิ้ง จำกัด และบริษัท แกรนด์ บริว ร็อค จำกัด รวม 165 ราย ณ ศูนย์การค้าสุพรีมคอมแพล็กซ์

โรคหัวใจมีกี่ชนิด

โรคหัวใจมีกี่ชนิด?

โรคหัวใจมีกี่ชนิด ? โรคหัวใจมีหลายชนิด แบ่งเป็นชนิดใหญ่ ๆ ดังนี้ 1. โรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น หลอดเลือดแดงโป่งพอง, หลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน, เส้นเลือดหัวใจตีบเฉียบพลันเกิดจากการมีไขมันไปเกาะผนังของหลอดเลือด มักมีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก ร้าวไปแขนข้างซ้าย ลำคอ อาจมีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย และหมดสติได้ 2. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ สาเหตุการเกิดโรคนั้นอาจเกิดจากโรคหัวใจหลายชนิดร่วมกัน หรืออาจเกิดจากความเครียด ความวิตกกังวล ยาและสารบางชนิด โดยจังหวะของหัวใจอาจเต้นเร็วหรือช้ากว่าผิดปกติ ใจสั่น เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ หรือคล้ายจะเป็นลม 3. โรคกล้ามเนื้อหัวใจ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือเป็นผลกระทบจากการใช้ยาบางชนิด หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ที่เกิดจากลิ่มเลือดไปอุดตันในหลอดเลือดจนทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดนั่นเอง โดยจะแสดงอาการเจ็บกลางหน้าอก หายใจลำบาก จุกแน่นร้าวไปยังบริเวณต่าง ๆ 4. โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เป็นที่โรคที่จะเกิดขึ้นในขณะที่อยู่ในครรภ์เนื่องจากมีความผิดปกติของการเจริญเติบโต สามารถวิเคราะห์ได้ด้วยการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram) โดยทารกอาจเหนื่อยง่ายขณะดูดนม เหนื่อยหอบง่าย หรือเติบโตช้ากว่าปกติ 5. โรคลิ้นหัวใจ เช่น ลิ้นหัวใจรั่ว, ลิ้นหัวใจตีบ โดยเกิดจากความเสื่อมของหัวใจที่ใช้งานมามาก…